ไม่แปลกเลยครับที่คุณจะรู้สึกแบบนั้น เพราะทั้ง Frieren: Beyond Journey's End และ The Lord of the Rings (LOTR) มี "DNA" ทางดนตรีที่ใกล้เคียงกันมาก โดยมีเหตุผลหลักๆ อยู่ 3 ข้อครับ:
1. ผู้ประพันธ์เพลงคนเดียวกัน (ในเชิงจิตวิญญาณ)
เพลงประกอบของ Frieren แต่งโดย Evan Call ซึ่งเขาเป็นแฟนตัวยงของดนตรีแนว Epic Fantasy ยุคคลาสสิก เขาตั้งใจออกแบบดนตรีให้มีกลิ่นอายแบบ Celtic และ Medieval (ยุคกลาง) ซึ่งเป็นรากฐานเดียวกับที่ Howard Shore ใช้แต่งเพลงให้ LOTR ครับ
2. การใช้เครื่องดนตรีพื้นเมือง (Folk Instruments)
ทั้งสองเรื่องเน้นการใช้เครื่องดนตรีที่ให้ความรู้สึก "เก่าแก่" และ "โหยหาอดีต" เช่น:
Lute และ Harp: ให้เสียงที่นุ่มนวลเหมือนการเล่าตำนาน
Tin Whistle / Recorder (ขลุ่ยผิว): เสียงขลุ่ยที่ลอยละล่องมักจะถูกใช้เพื่อสื่อถึงความสงบของหมู่บ้านหรือการเดินทางในทุ่งกว้าง
Fiddle (ไวโอลินแนวพื้นบ้าน): เพิ่มจังหวะแบบชาวบ้านในยุคกลาง
3. อารมณ์เพลงแบบ "Melancholy & Grandeur"
จุดเด่นที่เหมือนกันที่สุดคือการผสมผสานระหว่าง ความยิ่งใหญ่ (Orchestra) และ ความเหงา (Solitude):
LOTR เล่าถึงการเดินทางที่เหนื่อยล้าและการสิ้นสุดของยุคสมัย
Frieren เล่าถึงการเดินทางหลังจบศึก และความรู้สึกถวิลหาอดีต (Nostalgia)
การใช้เสียงร้องประสานเสียง (Choir) เบาๆ และเสียงเครื่องสายที่ลากยาว (String Pads) ทำให้ผู้ฟังรู้สึกถึง "กาลเวลาที่ผ่านไป" ซึ่งเป็นหัวใจหลักของทั้งสองเรื่องครับ
ตารางเปรียบเทียบจุดที่คล้ายกัน
| องค์ประกอบ | Frieren (Evan Call) | Lord of the Rings (Howard Shore) |
| แนวเพลงหลัก | Orchestral Folk / Celtic | High Fantasy Orchestral |
| ความรู้สึก | เงียบเหงา, อบอุ่น, สงบ | ยิ่งใหญ่, ศักดิ์สิทธิ์, ตึงเครียด |
| เครื่องดนตรีเด่น | ขลุ่ยไม้, กีตาร์โปร่ง, ไวโอลิน | แตร Horn, ขลุ่ย Tin Whistle, วงออเคสตราเต็มวง |
เกร็ดน่ารู้: Evan Call เคยให้สัมภาษณ์ว่าเขาพยายามใช้เครื่องดนตรีที่ทำจากไม้และลมปากให้มากที่สุด เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศการเดินทางในโลกที่ไม่มีเทคโนโลยีของ Frieren ครับ
#Frieren #Lord_of_the_Rings

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น